ระบบภูมิคุ้มกัน

ผลที่ได้จากการใช้สังกะสีและวิตามินซีในการลดความเสี่ยงของโรคหวัด

เวลาในการอ่าน 0 นาที
แบ่งปัน
[Translate to English:]

ระบบภูมิคุ้มกันของเราทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อโรคชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่ผู้คนมักอยู่รวมกันและใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคาร ภูมิคุ้มกันของเราจึงต้องทำงานหนักเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ อากาศอุ่นแห้งในอาคารส่งผลให้เยื่อเมือกในร่างกายแห้งลง และหากเราจามโดยไม่ได้ปิดปากด้วยผ้าเช็ดหน้า เชื้อไวรัสหวัดก็จะมีโอกาสแพร่กระจายและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุเสริมเพื่อประสิทธิภาพของการต่อต้านเชื้อโรคอย่างเต็มที่ แร่ธาตุสังกะสีและวิตามินซีจะช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ (โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่)

วิธีป้องกันตัวเองจากโรคหวัดอย่างทันท่วงที

ในประเทศเยอรมนี ผู้ใหญ่โดยทั่วไปมักเป็นหวัดประมาณ 2-4 ครั้งต่อปี ส่วนเด็กอาจเป็นได้มากถึง 12 ครั้ง ทำให้ทุกคนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อตลอดเวลา เชื้อไรโนไวรัสแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านการสัมผัสและละอองน้ำมูกน้ำลาย โดยเมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะเพิ่มจำนวนในบริเวณจมูกและลำคออย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง ก่อให้เกิดอาการเจ็บคอ ไอ น้ำมูกไหล และสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ทันที
โดยทั่วไปอาการหวัดจะหายภายใน 7-8 วัน แต่บางรายอาจใช้เวลานานถึง 2 สัปดาห์ เนื่องจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดมีหลากหลายสายพันธุ์และมีการกลายพันธุ์อยู่เสมอ จึงทำให้เกิดการระบาดในบางช่วงและส่งผลให้มีผู้ป่วยจำนวนมากต้องหยุดงานหรือขาดเรียน
สำหรับผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอหรือภูมิคุ้มกันต่ำ ไข้หวัดธรรมดาอาจลุกลามกลายเป็นโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น หูชั้นกลางอักเสบหรือไซนัสอักเสบ จึงควรมีการป้องกันล่วงหน้าหรือรีบรักษาทันทีเมื่อมีอาการ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและต้านทานการโจมตีของเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

การได้รับสังกะสีในปริมาณที่สูงสามารถช่วยย่นระยะเวลาการเป็นหวัดและบรรเทาความรุนแรงของอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าสังกะสีมีประสิทธิภาพทั้งในการป้องกันและรักษาอาการหวัด โดยพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ได้รับสังกะสีมีอัตราการเป็นหวัดลดลงอย่างชัดเจน และโอกาสที่อาการหวัดจะยืดเยื้อถึง 7 วันมีน้อยมาก อีกทั้งความรุนแรงของอาการก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด จำเป็นต้องรับประทานสังกะสีขนาดสูงทันทีที่เริ่มมีอาการ และไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมงหลังจากเริ่มป่วย
การเลือกใช้สารประกอบสังกะสีที่เหมาะสมก็เป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากประสิทธิผลที่กล่าวมาจะปรากฏเฉพาะเมื่อรับประทานสารประกอบสังกะสีในปริมาณมากกว่า 75 มิลลิกรัมเท่านั้น สารประกอบสังกะสีมีคุณสมบัติในการดูดซึมทางชีวภาพได้ดี แต่ควรรับประทานภายใต้คำแนะนำของแพทย์เมื่อพบว่าร่างกายขาดสังกะสี
ทั้งนี้ สังกะสีและวิตามินซีทำงานร่วมกับสารอาหารสำคัญอื่นๆ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ

 

สังกะสีช่วยบรรเทาอาการระหว่างที่คุณเป็นหวัดได้อย่างไร

สังกะสีสามารถต่อสู้กับโรคหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยกลไกหลายอย่าง ประการแรก คือ ยับยั้งการยึดเกาะของไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคหวัดที่เยื่อเมือกจมูกโดยการแย่งชิงตำแหน่งที่ไวรัสจะเข้าจับ ทำให้ไวรัสไม่สามารถเกาะติดเซลล์ได้ ประการที่สอง คือ สังกะสีช่วยหยุดยั้งการเพิ่มจำนวนและการแพร่กระจายของเชื้อโรค นอกจากนี้ สังกะสียังมีคุณสมบัติลดการอักเสบที่เกิดจากหวัด โดยยับยั้งการหลั่ง histamine และขัดขวางกระบวนการสร้าง prostaglandin ส่งผลให้เยื่อเมือกในจมูกไม่บวมมาก ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จึงแนะนำให้ใช้สังกะสีในรูปแบบยาอม หรือละลายเม็ดฟู่แล้วกลั้วคอก่อนกลืน แม้ว่ารสชาติอาจไม่ถูกปากหลายคน แต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้สังกะสีสัมผัสกับเยื่อเมือกโดยตรงและต่อสู้กับไวรัสในจุดที่มีเชื้อไวรัสอยู่ ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทานที่ต้องผ่านระบบทางเดินอาหาร

 

rain.jpg
วิตามินซีช่วยลดโอกาสในการเป็นหวัด

การมีระดับวิตามินซีที่เพียงพอในร่างกายส่งเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อไวรัสเข้าสู่เยื่อเมือกในร่างกาย วิตามินซีจะทำงานหลายด้านพร้อมกัน ทั้งกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว จับกับอนุมูลอิสระเพื่อทำลายเชื้อไวรัส และช่วยฟื้นฟูสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายผลิตขึ้นเอง กระบวนการเหล่านี้ช่วยรักษาการทำงานของภูมิคุ้มกันและลดภาวะ Oxidative Stress
ในช่วงที่เริ่มเป็นหวัด ระดับวิตามินซีในร่างกายมักลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากถูกใช้ไปเป็นจำนวนมาก จึงแนะนำให้เสริมวิตามินซีขนาดสูงทันทีเพื่อช่วยเสริมให้ระบบป้องกันของร่างกายให้ทำงานได้เต็มที่
การดื่มน้ำส้มคั้นสดเพียงวันละสองแก้ว (ให้วิตามินซีประมาณ 1,000-2,000 มิลลิกรัม) ก็เพียงพอที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ผลการศึกษาวิจัยชี้ให้เห็นว่า การมีวิตามินซีในระดับที่เหมาะสมช่วยลดระยะเวลาการเป็นหวัดและบรรเทาความรุนแรงของอาการได้ ดังนั้น เมื่อเริ่มรู้สึกว่าจะเป็นหวัด ควรรีบเพิ่มการรับประทานวิตามินซีทันทีและคงการบริโภคอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหายป่วย
 

ลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดด้วยสังกะสีและวิตามินซี

การป้องกันโรคหวัดอย่างมีประสิทธิภาพควรให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลของวิตามินซีและสังกะสีในร่างกายตลอดทั้งปี ไม่เฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เท่านั้น ตามคำแนะนำของสมาคมโภชนาการเยอรมัน ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงควรได้รับสังกะสีประมาณ 7-10 มิลลิกรัมต่อวัน และวิตามินซี 95-110 มิลลิกรัมต่อวัน (ปริมาณแตกต่างกันตามเพศ) เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของร่างกาย สำหรับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวหรือภาวะขาดสารอาหาร การได้รับสารอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่เพียงพอสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านการรับประทานอาหารที่หลากหลายและสมดุล แหล่งอาหารที่มีสังกะสีสูง ได้แก่ ชีส ถั่วลิสง และข้าวโอ๊ต ส่วนวิตามินซีพบได้มากในผลไม้ตระกูลส้ม หัวหอม พริกหวาน และผลเบอร์รี่ต่างๆ เมื่อร่างกายได้รับสังกะสีและวิตามินซีอย่างเพียงพอ ร่วมกับสารอาหารสำคัญอื่นๆ จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคติดเชื้อต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

ข้อสงวนสิทธิ์  ข้อมูลด้านสุขภาพที่นำเสนอในเว็บไซต์ www.woerwagpharma.de มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการพบแพทย์ วินิจฉัยโรคด้วยตนเอง ตัดสินใจใช้ยาด้วยตนเอง ผู้ใช้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อรับการตรวจ วินิจฉัย และรักษาอย่างเหมาะสม
กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อจำกัดความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์รูปภาพในเว็บไซต์
 

แบ่งปัน
เราอยู่ที่นี่เพื่อช่วยคุณ
ติดต่อ