ระบบภูมิคุ้มกัน

สารสำคัญเพื่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย: สังกะสี วิตามินซี และวิตามินดี

เวลาในการอ่าน 0 นาที
แบ่งปัน
[Translate to English:]

ระบบภูมิคุ้มกันเป็นกลไกทางธรรมชาติของร่างกายเพื่อป้องการเจ็บป่วยจากเชื้อโรคต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคหวัดและการติดเชื้ออื่นๆ ที่พัฒนาขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างดี โดยไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อโรคส่วนใหญ่จะไม่สามารถทำให้เราป่วยได้ เนื่องจากร่างกายจะขับออกไปโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากความเครียด มีวิถีชีวิตที่ไม่สมดุล การเพิ่งหายจากอาการเจ็บป่วย หรือภาวะขาดสารอาหารที่สำคัญ จะทำให้เราติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เมื่อภูมิคุ้มกันใช้เวลานานในการต่อสู้กับเชื้อโรค จะแสดงอาการออกมามากขึ้น เช่น ไอ มีน้ำมูก และมีไข้ ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายใช้กำจัดเชื้อ โดยมีวิธีป้องกันคือ ดูแลเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพของคุณให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ

 

ควรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว

คนเรามักป่วยง่ายขึ้นในฤดูหนาวด้วยสองสาเหตุหลัก ประการแรก เราใช้เวลาอยู่ในห้องปิดที่มีการทำความร้อน ความชื้นต่ำ และอยู่รวมกับผู้อื่นมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากละอองฝอย ประการที่สอง ภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลงในช่วงนี้ เนื่องจากเรากินอาหารสดและสลัดน้อยลง ทำให้ได้รับวิตามินตามธรรมชาติไม่เพียงพอ อีกทั้งเรายังออกไปกลางแจ้งน้อยลง พอถึงปลายฤดูหนาว ปริมาณวิตามินดี 3 ที่สะสมไว้จะลดลง เพราะผิวหนังสร้างวิตามินดี 3 จากแสงแดดได้ยาก นอกจากนี้ ภูมิคุ้มกันยังต้องรับมือกับอากาศหนาว หิมะและฝน เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดระบาดหนักในช่วงอากาศเย็น

วิตามินซี วิตามินดี และสังกะสี เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไร?

สารสำคัญทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ สังกะสี วิตามินซี และวิตามินดี เป็น Biofactors ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน โดยแต่ละชนิดทำหน้าที่ต่างกันแต่เสริมการทำงานซึ่งกันและกัน การมีสมดุลที่ดีของ Biofactors เหล่านี้ช่วยให้ร่างกายต่อสู้และฟื้นตัวจากไข้หวัดและการติดเชื้อต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้เรามีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงตลอดทั้งปี

บทบาทของวิตามินซีในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของคุณ

วิตามินซีหรือที่เรียกว่ากรดแอสคอร์บิก มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นหวัด โดยวิตามินซี เป็นหนึ่งในวิตามินที่สำคัญที่สุด เนื่องจากทำหน้าที่หลายอย่างในร่างกาย หนึ่งในนั้นคือการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินซีกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวซึ่งทำหน้าที่ในการกำจัดเชื้อโรค จึงเร่งปฏิกิริยาการป้องกันเชื้อโรคของร่างกาย นอกจากนี้ วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญเพราะช่วยลดภาวะ Oxidative Stress หมายความว่าวิตามินซีจะจับกับอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายในเลือด ฟื้นฟูสารต่างๆ ในร่างกายที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และลด Oxidative Stress วิตามินซีถูกใช้ไปในปฏิกิริยาเหล่านี้ทั้งหมดภายในร่างกายของเรา และนี่คือเหตุผลที่ความต้องการวิตามินซีของเราเพิ่มขึ้นเมื่อเราป่วย 
ได้มีการศึกษาทางการแพทย์ที่ดำเนินการในช่วงเวลา 5 ปีที่มหาวิทยาลัยโตเกียว และสามารถพิสูจน์ได้ว่าวิตามินซีมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นหวัด โดยผู้เข้าร่วมการทดลองที่รับประทานวิตามินซีมีอัตราการป่วยน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆที่เปรียบเทียบ และการศึกษาเพิ่มเติมนี้ยังสามารถยืนยันผลลัพธ์ได้ทั้งในผู้สูงอายุและในเด็กอีกด้วย
 

market01.jpg
นี่คือวิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วยวิตามินซี

วิตามินซีเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถผลิตเองได้ ต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น เราจึงต้องได้รับจากอาหาร โดยผลไม้ประเภทส้มมีวิตามินซีสูง แต่หอมใหญ่ พริกหวาน หรือบร็อกโคลีก็มีวิตามินซีในปริมาณมากเช่นกัน ดังนั้น เมื่อคุณเตรียมของขวัญวันคริสต์มาสให้ลูก นอกจากช็อกโกแลตแสนอร่อยแล้ว อย่าลืมผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซีอย่างส้มแมนดาริน และส้มเปลือกหนาด้วย โดยปริมาณวิตามินซีที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับผู้ชายที่มีสุขภาพดีคือ 110 มิลลิกรัม และ 95 มิลลิกรัมสำหรับผู้หญิง สำหรับผู้สูบบุหรี่ แนะนำให้รับในปริมาณที่สูงขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ (155 มิลลิกรัมและ 135 มิลลิกรัมต่อวันตามลำดับ) เนื่องจากร่างกายสูญเสียวิตามินซีในกระบวนการเมตาบอลิซึมมากขึ้น เพราะการสูบบุหรี่จะปล่อยอนุมูลอิสระเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น ซึ่งต้องถูกทำให้เป็นกลางก่อนที่จะสร้างความเสียหายให้กับผนังหลอดเลือด

cold.jpg
นี่คือเหตุผลที่ระบบภูมิคุ้มกันต้องการแร่ธาตุสังกะสี

สังกะสีช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการหวัดได้หากได้รับในปริมาณที่เพียงพอ สังกะสีเป็นหนึ่งในแร่ธาตุปริมาณน้อยที่มีหน้าที่สำคัญมากที่สุดในร่างกายของเรา และยังเป็นแร่ธาตุที่พบมากเป็นอันดับสองรองจากเหล็ก นอกจากหน้าที่ในการรักษาสมดุลฮอร์โมนและการเจริญเติบโตของเส้นผมและเล็บแล้ว สังกะสียังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โดยมีหน้าที่ในการรักษาแผล สังกะสีมักเป็นส่วนผสมในครีมรักษาแผลต่างๆ หากขาดสังกะสี ทั้งเซลล์ปกติและเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน เช่น T helper cells and T killer cells จะไม่ถูกกระตุ้น และกลไกการป้องกันของร่างกายจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สังกะสียังสามารถเกาะติดกับไรโนไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของหวัด ทำให้เกิดการป้องกันไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนและเข้าสู่เซลล์ร่างกายของเรา - ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง ดังนั้น การได้รับสังกะสีที่เพียงพอจึงช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโดยสนับสนุนการทำงานให้เป็นไปตามปกติ ทำให้การติดเชื้อหลายชนิดไม่มีโอกาสเกิดขึ้นหรืออย่างน้อยก็ลดความเสี่ยงลง หากติดหวัดในที่สุด ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถต่อสู้กับไวรัสเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การได้รับสังกะสีที่เพียงพอสามารถช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการหวัดได้

วิธีเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันด้วยแร่ธาตุสังกะสี

ร่างกายของเราไม่สามารถเก็บสะสมสังกะสีไว้ในอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งได้ ต่างจากสารชีวภาพอื่นๆ สังกะสีกระจายอยู่ในเซลล์ของเนื้อเยื่อและอวัยวะหลากชนิด เราจึงต้องได้รับสังกะสีอย่างสม่ำเสมอจากอาหาร ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีควรได้รับสังกะสีวันละ 7-10 มิลลิกรัม


อาหารจากสัตว์ เช่น เนื้อวัว หอยนางรม และชีส อุดมด้วยสังกะสี ส่วนอาหารจากพืชมีสังกะสีน้อยกว่า แม้ว่าข้าวโอ๊ตและถั่วบราซิลจะมีสังกะสีประมาณ 4 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม แต่ร่างกายดูดซึมสังกะสีจากพืชได้น้อยกว่าจากสัตว์ ไฟเตตในธัญพืชและถั่วยับยั้งการดูดซึมสังกะสี ขณะที่กรดซิตริกในผลไม้ต่างๆ โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลส้ม ช่วยเพิ่มการดูดซึมสังกะสีจากอาหารพืช


คนที่ทานมังสวิรัติแบบเคร่งครัดและผู้ที่ทานอาหารไม่หลากหลายควรให้ความสำคัญกับการได้รับสังกะสีที่เพียงพอ ไม่เพียงเฉพาะเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น
 

บทบาทของวิตามินดีในระบบภูมิคุ้มกัน

วิตามินดีเป็น Biofactors ที่ร่างกายสามารถผลิตและเก็บสะสมได้เอง วิตามินดีมีความสำคัญไม่เพียงแค่ต่อกระดูกที่แข็งแรง แต่ยังจำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งด้วย วิตามินดีกระตุ้นและควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผ่านกระบวนการต่างๆ ด้วยคุณสมบัติในการปรับสมดุล วิตามินดีช่วยป้องกันร่างกายจากการโจมตีตัวเองผิดพลาดของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ตัวเองและการอักเสบเรื้อรัง
เมื่อร่างกายขาดวิตามินดี T cells และ antibodies ต่างๆ จะไม่ถูกกระตุ้นอย่างเพียงพอ ส่งผลให้การตรวจจับและกำจัดเชื้อโรคในเลือดและเนื้อเยื่อทำได้ไม่ดี ในช่วงปลายปีที่ปริมาณวิตามินดีสะสมในร่างกายค่อยๆ ลดลง ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง ทำให้เสี่ยงต่อการป่วยและเป็นไข้หวัดใหญ่มากขึ้น
 

jump.jpg
วิตามินดี: เติมพลังด้วยแสงแดดเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

วิตามินดีเป็น Biofactors ที่ร่างกายสามารถผลิตและเก็บสะสมเองได้ โดยแท้จริงแล้ววิตามินดีไม่ใช่วิตามิน แต่เป็นฮอร์โมน จึงมีชื่อว่า "ฮอร์โมนแสงแดด" เพราะสารตั้งต้นของมันถูกสร้างจากคอเลสเตอรอลในผิวหนังเมื่อได้รับแสงแดด (หรือรังสียูวี-บี) หลังจากเปลี่ยนแปลงในตับ วิตามินดีจะถูกเก็บในเนื้อเยื่อไขมันสำหรับช่วงฤดูหนาวที่มีแสงแดดน้อย เมื่อร่างกายต้องการ ไตจะกระตุ้นให้วิตามินดีทำงานสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น เมฆ เสื้อผ้า หรือครีมกันแดด สามารถป้องกันรังสียูวี-บีไม่ให้ถึงผิวหนัง ทำให้การสร้างวิตามินดีลดลง ในช่วงฤดูหนาว รังสีจากดวงอาทิตย์อ่อนมาก โดยเฉพาะในซีกโลกเหนือ ทำให้รังสียูวี-บีแทบไม่ถึงพื้นโลก ส่งผลให้การผลิตวิตามินดีของร่างกายหยุดชะงักระหว่างฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูใบไม้ผลิ
โชคดีที่เราสามารถได้รับวิตามินดี 3 จากอาหารบางชนิด แม้จะมีปริมาณน้อย เช่น ปลาที่มีไขมัน (ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแซลมอน) น้ำมันปลา น้ำมันตับปลาค็อด และไข่
ดังนั้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นและมีเมฆมาก ควรใส่ใจในการรับประทานอาหารที่สมดุลและได้รับสารชีวภาพสำคัญอย่างวิตามินดี 3 สังกะสี และวิตามินซีอย่างเพียงพอ ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจะแข็งแรงเป็นการตอบแทน
 

ข้อสงวนสิทธิ์  ข้อมูลด้านสุขภาพที่นำเสนอในเว็บไซต์ www.woerwagpharma.de มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการพบแพทย์ วินิจฉัยโรคด้วยตนเอง ตัดสินใจใช้ยาด้วยตนเอง ผู้ใช้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อรับการตรวจ วินิจฉัย และรักษาอย่างเหมาะสม 
กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อจำกัดความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์รูปภาพในเว็บไซต์
 

แบ่งปัน
เราอยู่ที่นี่เพื่อช่วยคุณ
ติดต่อ